LiFe Is a JourNey

วันศุกร์, พฤศจิกายน 20, 2009

บางทีก็เผลอ

จริงๆวันนี้จะไปเชียงใหม่ค่ะ มีแผนว่าจะไปขึ้นดอยสุเทพกะชาวบ้านแถวโน้น
แต่ว่า 22 ต้องกลับมาบินตอนบ่ายๆ เช็คไฟลท์วันกลับตั๋วเต็มไปแล้ว
ทำตัวแบบ confirmที่นั่งไม่ได้
ก็เลยตัดสินใจว่าไม่ไปดีกว่ากลัวไม่มีไฟลท์กลับ แล้วก็ต้องลำบากชาวบ้านลงดอยมาส่งแต่เช้าด้วย
ลำบากกันไปหมด
แต่ก็แอบเสียใจนิดนึง ตั้งใจไว้เยอะว่าน่าจะไปได้ พยายามแลกไฟลท์สับไปสับมาจนเหนื่อย
เพราะคิดว่าไปกันเยอะๆก็น่าจะหนุก แต่พอไปไม่ได้ก็แอบเซ็ง
ก็ต้องมานอนแกร่วๆอยู่บ้านแทน T_T

เดือนหน้า ตั้งใจว่าจะไปดูคอนเสิร์ตที่ปาย เพราะติดใจจากการไปดูคอนเสิร์ตปีที่แล้ว
http://www.thaiticketmajor.com/concert/chang_in_love_pai_eng.php
ก็ชวนชาวบ้านเอาไว้หลายคน
พอตารางบินออกมา คิดว่าน่าจะไปได้
คนที่อยากให้ไปด้วยก็ติดโน่นติดนี่
สุดท้ายก็เหลือเรากะพี่นิวสองสาวที่น่าจะไปได้
ก็แอบผิดหวังนิดหน่อย
ก็รู้ว่าไม่ควรคาดหวังอะไรจากใคร
แต่ก็เผลอไปแวบนึง ที่รู้สึก
พอคิดขึ้นมาได้ ก็เออ ไปกันสองคนก็ได้ สวยๆ ก็น่าจะหนุกไปอีกแบบนึง
อาจจะมีกลุ่มเพืื่อนพี่นิวไปด้วย
ใครสนใจติดต่อมาได้นะคะ รถยังว่าง
นั่งเครื่องไปเชียงใหม่ ขับรถต่อไปกันที่ปาย
จะบอกว่าปายหน้าหนาว โรแมนติกที่สุดแล้ว
จะมีอะไรดีไปกว่าไปนั่งฟังเพลงรัก รับลมหนาวที่ปาย
แค่คิดก็สนุกแล้วค่ะ
ูู
^^

อ้อ วันนี้มีอีกสองเรื่องที่อยากบันทึกไว้
1.ลงไปว่ายน้ำมาหลังจากไปได้ว่ายมานาน ทำเอาหมดแรงเลยทีเดียว
2.พี่การันต์ขนขับแท๊กซี่ที่เคยขับรับส่งประจำเมื่อก่อน ตอนนี้แกเลิกกลับไปทำงานแบงค์ละ
แกฝากซื้อบุหรี่ ก็เลยแวะมาเอาของ พอดีจะลงไปกินข้าวเย็นพี่แกก็เลยมานั่งกินข้าวด้วย รู้สึกแปลกๆดีค่ะ แต่ก็ดีกว่ากินข้าวคนเดียวนิดนึง

ทุ่งทานตะวัน

ไปเชียงใหม่รอบนี้ นับเป็นไฟลท์ที่ดีมากๆเลยค่ะเพราะทีมงานในไฟลท์น่ารักมาก
ทัวร์กินกันอย่างสนุกสนาน มีพี่แอร์เฟิร์สใจดี แถมวัยสะรุ่นอีกตะหาก ชวนเที่ยวตลอด
ไปเที่ยววอร์มอัำำพ แดนซ์คนวัยรุ่นอายเลยทีเดียว
งานนี้อิ่มจัง ตังค์อยู่ครบเลยค่ะ ^^



ดอกทานตะวันที่คณะเกษตรกำลังบานสวยเชียว เลยชวนพี่นิวไปถ่ายรูปเล่น
ได้รูปออกมาสวยสมใจอยากเลยทีเดียว
เอารูปมาอวดนิดหน่อย แต่เอาไปลง Facebookไว้นะคะ ตามไปดูกันได้
วิวไม่ค่อยมีเท่าไหร่ มีแต่หน้าคน :P












ปล. ไม่สบายหายไวๆนะ

วันจันทร์, พฤศจิกายน 16, 2009

บอมเบย์เฮฮา

ไปบอมเบย์เมื่อคืนนับเป็นไฟลท์แขกข้ามคืนที่ดีมากอย่างไม่น่าเชื่อ
บรรยากาศดีตั้งแต่ให้ห้องบรีฟ มีพี่แอร์ตัวฮา ที่แกสนิทกะหัวหน้างาน ทั้ง IM เละเพอร์เซอร์
แกก็แซวคนโน้นคนนี้ตลอดเวลา เล่นเอาหัวเราะจนตีนกาขึ้นเลยทีเดียว
อยู่บนเครื่องแกก็ประกาศออกระบบแบบว่าปล่อยมุขทุกช็อทที่มีโอกาส
หัวหน้างานก็น่ารัก ทั้งสองคนเลย
ผู้โดยสารก็ไม่เยอะมาก แถมไม่มีเคสอะไรให้ปวดหัวอีก
พี่แอร์ตัวฮาใส่วิกไปบินอ่ะ แกก็ถอดๆใส่ๆ เอาวิกมาใส่เป็นทรงแปลกๆ ให้น้องๆและกัปตันขำเล่น
พอทุกคนอารมณ์ดี บรรยากาศการทำงานก็เลยดีไปเป็นอัตโนมัติ
เป็นแบบนี้ได้ืุทุกไฟลท์ก็ดีสิ ไฟลท์แขกเยินๆกลายเป็นไฟลท์ดีไปเลย
บางไฟลท์เจอคนไม่น่ารักก็นะ ไฟลท์ดีๆก็กลายเป็นไฟลท์เยิน

ไปทำงานนี่ก็แล้วแต่ดวงเหมือนกันนะเนี่ย

^^


พรุ่งนี้ไปบินเชียงใหม่ค่ะ
อากาศที่โน่นน่าจะเริ่มเย็นแล้ว
^^

วันเสาร์, พฤศจิกายน 14, 2009

ฝนเปลี่ยนฤดู

วันนี้ อยู่ๆฝนก็ตกหนักเลย
ดูข่าว เค้าบอกว่าเป็นฝนเปลี่ยนฤดู
จะเข้าหน้าหนาวแล้ว
เมื่อก่อนไม่ชอบหน้าหนาวเลย
เวลาสูดอากาศหนาวเข้าปอด มันใจหายบอกไม่ถูก
หน้าหนาว กะความเหงามันมักจะมาพร้อมๆกัน

จะว่าไปตอนนี้ฤดูกาลมีผลต่อชีวิตฉันค่อนข้างน้อย
เพราะแต่ละวัน ฤดูกาลก็เปลี่ยนไปตามไฟลท์ที่บิน
วันนี้เจอร้อนที่เมืองไทย พรุ่งนี้เจอหนาวที่ญี่ปุ่น อะไรแบบนี้
ฤดูในชีวิตก็เลยดูผิดๆเพี้ยนๆ
มีโอกาศได้รู้สึกเหงาเพราะหน้าหนาว อยู่บ่อยครั้ง
จนชักเริ่มจะชินแล้ว


เมื่อคืนนั่งลบอีเมลล์ใน Mail box เกือบ 1000 ฉบับ
นานมากจนจำไม่ได้ที่ไม่อ่านเมลล์
ไม่ได้อ่าน ไม่ได้เข้า ไม่ได้ลบ
พอเข้าไปอีกทีก็อ่านไม่ไหวแล้ว เยอะเกิน
จะพยายามกลับมาใช้ชีวิตแบบปรกติ แบบเดิมให้ได้
ไม่รู้ช่วงก่อน เวลาหายไปไหนหมด
เหมือนช่วงชีวิตมันขาดหายไปช่วงนึง
แบบงงๆว่าตัวเองเอาเวลาไปทำอะไรหมด
วันๆผ่านไปแบบจำไรไม่ค่อยได้
แต่ก็ดี..


ซื้อหนังสือมาจากงานหนังสือมากมาย
ได้ฤกษ์เริ่มอ่านซักที

^^

กลับมาแล้วค่ะ

ขอบคุณทุกคน(2-3 คน) ที่คิดถึงกัน
ขอบคุณทีเป็นห่วง
กลับมาแล้วค่ะ
ช่วงเวลาที่ผ่านมา
มีมากมายหลายเรื่องที่ไม่อยากจดจำ
ก็จะทิ้งไว้ให้มันเป็นความทรงจำสีเทาๆ
ปล่อยให้เลือนหายไปดับกาลเวลา

ต่อจากนี้ จะเริ่มต้นใหม่
บันทึกเรื่องราวชีวิตใหม่ๆ
ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต
ไม่ว่าจะดีหรือว่าร้าย
จะยิ้มรับสิ่งที่เิกิดขึ้น

อะไรที่ตัดสินใจแล้ว
จะไม่เสียใจ
เพราะเป็นทางที่ฉันได้เลือกเอง

ต่อจากนี้ไปจะมาเขีบนบันทึกให้บ่อยขึ้น ตามที่โอกาสจะอำนวยค่ะ
จะยังมีคนมาอ่านอยู่รึเปล่าเนี่ยยยย


T_T


ปล. อัพเดท
1. เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลได้พักใหญ่ๆแล้วค่ะ ชีวิตก็ยังมึนๆเหมือนเดิม
2. ตัดผมสั้นแล้วค่ะ หวังว่าจะดูเด็กลงบ้าง
3. ติดเกมน้อยลงแล้วค่ะ
4.เริ่มทำงานในชั้นธุรกิจได้คล่องขึ้นบ้างแล้วค่ะ
5.วันนี้วันเกิดเพื่อนแพรว ไปกินข้าวที่ร้าน Anna&Charlies's ต่อด้วยไปนั่ง drink ที่ร้าน Cliff ค่ะ
6.วันนี้พึ่งกลับจากญี่ปุ่น ลูกพลับออกแล้วด้วยช่วงนี้ อร่อยมาก
7.คิดถึง Blog จังเลยค่ัะ ไม่ได้เข้ามานานจนรูปหายไปเลย แต่เอารูปใหม่ลงละ ^^
8. ยังไงก็ดีใจที่มีชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้ได้


^^

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 22, 2009

เมื่อคนนึงคอยหยิบยื่นหัวใจให้

อีกคนก็คอยทำร้าย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

......

วันจันทร์, ตุลาคม 12, 2009

คนอื่นไม่รักก็แย่มากพอแล้ว

ช่วงที่ผ่านมาชีวิตวุ่นวายค่ะ พอดีเปลี่ยนแปลงชีวิตนิดหน่อย
เลยต้องจัดการอะไรๆหลายๆอย่าง จนวันนี้ก็ยังไม่เรียบร้อยดี
หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิต
เล่นคอมทุกวัน แต่ไม่ได้อัพบล๊อกซักที เพราะติดเกมขั้นวิกฤติ
ยกทหารไปตีกะเด็กอย่างเมามันส์ :P

อ้อ มีเรื่องหนึ่งที่อยากบันทึกไว้หลายวันละ แต่ลืม
เมื่อวันก่อน เจอเพื่อนในกลุ่มคนนึง หลังจากเหนื่อยใจกับการคุยกะมันคราก่อน
สมมุติว่าเพื่อนคนนี้ชื่อเวิ่นนะคะ เวิ่นไปเจอแฟนเก่า เดินกะแฟนใหม่
เวิ่นบอกทนไม่ไหว อยากจะไปตบ แต่พอดีมีคนห้ามไว้ - -''
โทรมาปรึกษาเราเรื่องนี้ เราก็บอกได้แต่ว่่า เมื่อคนไม่รักเราแล้ว ก็ต้องปล่อยเค้าไป
เคียดแค้นไปก็เท่านั้น ไม่มีประโยชน์
เวิ่นก็ไม่เข้าใจอ่ะ บอกว่าคนทำเราเจ็บก็ต้องเจ็บมั่งสิ คุยจนขี้เกียจจะคุยแล้ว มันก็เหมือนไม่รับฟังอะไรเลย
เหมือนเรื่องบาปบุญคุณโทษ ไม่ได้อยู่ในหัวมันอีกต่อไปแล้ว
มาเจอกันอีกที มันบอกเอามีดแทงพุงตัวเองมาพึ่งออกจากโรงบาล
บอกไม่รู้จะอยู่ไปทำไม
หมดแรงจะพูดเลยอ่ะ ไม่รู้มันคิดอะไีรของมัน นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนรู้จักไกล้ชิดพยายามจะฆ่าตัวตาย
ไม่รู้จะบอกมันว่าไงบอกได้แต่ว่า มันโง่มากที่ทำไรแบบนี้
แค่คนอื่นไม่รักมันก็แย่มากพอแล้ว
ยังจะมาไม่รักตัวเองอีก

ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง
หวังว่ามันคงคิดได้เร็วๆนี้

ความรักในบางมุม มันก็น่ากลัวแฮะ

วันเสาร์, ตุลาคม 03, 2009

วงจรชีวิตหนอนอ้วน

ช่วงนี้สภาพขีวิตจิตใจกลับมาเป็นปรกติดีแล้วค่ะ
เริ่มกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม
วันทำงานก็ไปทำงาน
วันหยุดก็เล่นเกมจนถึงดึกดื่น ตื่นเอาบ่ายๆ
เกือบทุกวันเลย
ตอนเย็นก็ออกไปกินข้าวกะเพื่อนๆคนโน้นคนนี้
อยู่ห้องก็นั่งเล่นเกม
วนไปวนมา .....
ใช้ชีวิตแบบผ่านไปวันๆไม่มีแก่นสารจริงๆเลย - -''


เบื่อๆไปตัดผมสั้นมา
ไม่ได้ตัดผมสั้นมาเกือบสิบปีแล้ว
ตอนแรกก็รู้สึกหน้าแปลกๆเหมือนกัน
ตอนนี้เริ่มชินละ
ปรกติก็หน้าแปลกอยู่ละ มันก็คงไม่แปลกไปกว่าเดิมมากนัก - -''

ชีวิตต่อจากนี้ไป
บินแพคนอนในประเทศ 4 แพครวดเลยค่ะ
ยังกะนางงามเดินสายออกงานวัด

เริ่มพรุ่งนี้แพคแรก ค้างเชียงใหม่คืนนึง ภูเก็ตคืนนึง
ต่อด้วยแพคนอนเชียงราย
ต่อด้วยแพคนอนภูเก็ต
ต่อด้วยแพคนอน อุดร สองคืน

เอาซี๊...

วันพุธ, กันยายน 30, 2009

ของหายได้คืน

สองสามวันก่อนโดนเรียกสแตนบายไปบินเพิร์ธค่ะ
นับเป็นไฟลท์ที่ดีเลยทีเดียว ทีมงานก็น่ารัก ผู้โดยสารก็น่ารัก
เสียอย่างเดียวดันลืมมือถือทิ้งไว้ที่โรงแรมตอนกลับ
มารู้ตัวอีกที ก็ผ่านมา 7-8 ชั่วโมงแล้ว ตอนลงที่กรุงเทพ
จะเปิดมือถือ พบว่า มือถือไม่อยู่
ใจหายแวบเลย คิดว่าหายแน่ๆแล้ว
จำได้ตอนสุดท้ายคือเอาไปตั้งปลุกบนหัวนอนตอนก่อนออกมา แล้วคงลืมหยิบมา
โชคดีที่น้องสจ๊วตมีเบอร์โรงแรม น้องก็เลยใช้มือถือตัวเองโทรให้
คุยกับพนักงานได้ความว่า ทางโรงแรมเก็บไว้ให้ค่ะ
โชคดีชะมัดเลยอ่ะ T_T

นี่เป็นครั้งที่สองของช่วงนี้ ที่ลืมของไว้ที่โรงแรม
คราก่อนก็หูฟัง โทรศัพท์เครื่องนี้แหละ ลืมไว้ที่ญี่ปุ่น ก็ได้แอร์ญี่ปุ่นคอยช่วย จนได้คืน
ครานี้ก็มือถือได้หลายคนคอยช่วย คนได้คืน
รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณผู้คนมากมาย
รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่ถึงแม้จะสะเพร่าทำของหายบ่อยครั้ง แต่ก็ได้คืนกลับมาทุกครั้ง

ของบางอย่างอาจจะมีบางช่วงเวลาที่หายไปจากชีวิต
แต่ถ้ามันเป็นของเรา ยังไงมันก็จะกลับมา

แต่ถ้ามันไม่ใช่ของเรา .. ยังไงซักวัน มันก็ต้องหายไปจากชีวิตเราอยู่ดี